Masayoshi Son กลับมาแล้ว! เดินเกม SoftBank รุ่นใหม่ ลุย DeepTech เต็มกำลัง
หลังจากเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากตลาดเทคโนโลยีในช่วงก่อนหน้า ดูเหมือนว่า Masayoshi Son จะกลับเข้าสู่เกมอีกครั้งอย่างมีชั้นเชิง และครั้งนี้เขาไม่ได้เน้นแค่สตาร์ทอัพสายแพลตฟอร์มหรือบริการออนไลน์ แต่หันมาโฟกัสเต็มตัวกับ DeepTech — เทคโนโลยีเชิงลึกที่มีผลต่อโครงสร้างของโลกอนาคต ไม่ว่าจะเป็นชิป AI, หุ่นยนต์อัตโนมัติ, พลังงานขั้นสูง หรือเทคโนโลยีชีวภาพที่สามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้ในระดับมหภาค
Son ให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia เมื่อไม่นานมานี้ว่าเขาเชื่อใน “พลังของเทคโนโลยีที่ไม่ใช่แค่ disrupt แต่ต้อง rebuild” นั่นจึงอธิบายได้ว่า ทำไมในรอบการลงทุนใหม่ของ SoftBank Vision Fund ถึงมีสัดส่วนการลงเงินกับ DeepTech สูงกว่ารุ่นก่อนถึงเกือบ 3 เท่า ความเชื่อมั่นของเขาไม่ได้ตั้งอยู่บนความฝันอีกต่อไป แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การวิเคราะห์แนวโน้มระดับเมกะเทรนด์ และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับโลก
ใครอยากเข้าใจเกมใหม่ของ Masayoshi Son ต้องเริ่มจากตรงไหน?
การติดตามแนวคิดของ Masayoshi ไม่ได้ง่ายเหมือนการติดตามผู้บริหารยุคใหม่ที่อัปเดตทุกวันบนโซเชียลมีเดีย แต่สำหรับคนที่รู้ทาง จะพบว่าเขาคือ “นักวางกลยุทธ์” ที่เปิดเผยความคิดผ่านแหล่งข้อมูลเฉพาะทางมากกว่าการแถลงข่าวทั่วไป จุดเริ่มต้นสำคัญคือรายงานประจำปีและพรีเซนเทชันจาก SoftBank Group ที่มักเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะ “SoftBank IR Day” ที่กลายเป็นงานโชว์วิสัยทัศน์ของเขาในรอบปี
นอกจากนี้ เว็บไซต์ของ SoftBank Vision Fund ยังมีส่วนอัปเดตบทความและรายงานที่อธิบายแผนการลงทุนใน DeepTech อย่างเป็นระบบ พร้อมรายชื่อพาร์ตเนอร์ บริษัทที่ได้รับทุน และแนวโน้มเชิงธุรกิจที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในตลาดเอเชียและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสองจุดยุทธศาสตร์สำคัญของพอร์ตการลงทุน Son ในรอบใหม่ หากต้องการวิเคราะห์ลึกขึ้นอีกขั้น แนะนำให้ติดตามบทวิเคราะห์จาก Bloomberg Tech, Nikkei Asia และช่อง YouTube อย่าง TechCrunch หรือ The AI Breakdown ที่ถอดรหัสแนวคิดของเขาไว้หลายครั้งอย่างแม่นยำ
เงินไม่ได้ไหลเข้าสตาร์ทอัพเหมือนเดิมอีกต่อไป และ Masayoshi รู้ก่อนใคร
หลังจากยุคที่สตาร์ทอัพสามารถระดมทุนได้ด้วย “ไอเดียและความฝัน” ผ่านไปแล้ว Masayoshi ปรับกลยุทธ์ของตัวเองอย่างน่าสนใจ — เขาเปลี่ยนจากการเป็นผู้ผลักดันโมเดลแพลตฟอร์มรายย่อย สู่การลงทุนในเทคโนโลยีระดับโครงสร้างที่จะเปลี่ยนชีวิตคนในอีก 10–20 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น AI ที่มีสมองแบบมนุษย์ หุ่นยนต์ที่เรียนรู้ได้เอง หรือแม้แต่ชิประดับนาโนเมตรที่ควบคุมเมืองอัจฉริยะทั้งหมด
กลยุทธ์ใหม่นี้ไม่ได้เน้น “การโตเร็ว” แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่มีคุณค่าในระยะยาว และนี่คือสิ่งที่นักลงทุนสถาบันกำลังจับตามอง เพราะมันสะท้อนภาพอนาคตของตลาดทุนโลก ที่กำลังหันหลังให้กับ hype แต่หันหน้าเข้าสู่ deep value อย่างแท้จริง Vision Fund รุ่นใหม่จึงไม่ได้เดินเกมแบบเดิม แต่เลือกเข้าถือหุ้นในบริษัทที่สร้างเทคโนโลยีที่อุตสาหกรรมต้องใช้ ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคทั่วไป — และนั่นคือวิธีที่ Masayoshi เตรียมตัวรับคลื่นเศรษฐกิจลูกใหม่อย่างสุขุมและมีชั้นเชิง
เบื้องหลังเทคโนโลยีระดับโลก มักเริ่มต้นจากข้อมูลที่คนอื่นมองไม่เห็น
สิ่งที่ทำให้ Masayoshi แตกต่างจากนักลงทุนทั่วไป ไม่ใช่แค่เงินทุนมหาศาล หรือเครือข่ายระดับโลก แต่คือ “ความสามารถในการมองเห็นมูลค่าในสิ่งที่คนอื่นยังไม่เข้าใจ” เขาเป็นหนึ่งในนักลงทุนไม่กี่คนที่กล้าเข้าสนับสนุนเทคโนโลยีที่ยังไม่มีตลาดรองรับอย่างเต็มรูปแบบ เพราะเชื่อว่า “เทรนด์ไม่ใช่สิ่งที่เรารอให้มันเกิด แต่คือสิ่งที่เราต้องสร้างมันขึ้นมา” และนั่นทำให้เขามักเป็นคนที่เข้าไปรออยู่ที่เส้นชัย ก่อนที่คนอื่นจะเริ่มออกตัวเสียอีก
ในโลกที่ทุกการตัดสินใจด้านธุรกิจต้องพึ่งพาข้อมูลและความเข้าใจเชิงลึกมากกว่าคำโปรยโฆษณา นักลงทุนและนักวางแผนยุคใหม่จึงหันไปหาแหล่งข่าวเฉพาะทางที่ให้ข้อมูลจากหลายมุมมอง ตั้งแต่มิติเทคโนโลยี เศรษฐกิจ ไปจนถึงพฤติกรรมตลาด หนึ่งในเว็บไซต์ที่ได้รับการพูดถึงในแวดวงนี้คือ salesbacklink.com ซึ่งนำเสนอข้อมูล วิเคราะห์ และแนวโน้มที่เชื่อมโยงหลายวงการเข้าด้วยกันอย่างมีโครงสร้าง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการมองโลกธุรกิจแบบลึก ครบ และไวกว่าใครในยุคที่ข้อมูลคืออาวุธ